page : 1 2 3
 
 
 
 
 
 
 

ไก่บ้านย่างรสเด็ด ที่
"วิเศษไก่ย่าง"

 
 
 
 

ร้านวิเศษไก่ย่าง

เดลินิวส์ ฉบับที่ 334 (วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2548)

ชื่อร้าน : วิเศษไก่ย่าง
ที่อยู่ : 309 ถนนประชาราษำร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. 10800
โทร : 0-2585-1544,0-2585-0233, 0-2912-4162
เวลาทำการ : เวลา 10.00 – 22.00 น.ทุกวัน

         ที่สี่แยกบางโพตรงหัวมุมของแยกฝั่งเดียวกับแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงและอยู่ยงคงกระพันมานานประมาณ 51 ปี มาแล้วนะครับ ร้านนี้เป็นร้านที่คุณพ่อของผมชอบไปรับประทานอาหารกลางวันเป็นอย่างยิ่ง และโดยมากแล้วก็จะไปอาทิตย์ละครั้ง เพราะว่าอาหารของที่นี่อร่อยมากซึ่งเป็นสไตล์กุ๊กช็อปและสไตล์ไหหลำ พร้อมทั้งมีไก่ย่างที่อร่อยเลิศรส

        ร้านนี้ก็คือร้านวิเศษไก่ย่าง ซึ่งร้านนี้นั้นเปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ตอนเปิดร้านมาใหม่ ๆ นั้น ร้านจะเป็นห้องแถวไม้ ซึ่งจะอยู่ด้านหน้าของร้านที่อยู่ปัจจุบันและข้างหลังร้านก็จะเป็นชุมชนที่อยู่อาศัย ปรากฏว่าก็ขายดิบขายดีมาตั้งแต่เปิดร้านมาแล้ว หลังจากนั้นก็ได้เกิดเหตุไฟไหม้แถวนั้น และทำให้ร้านวิเศษไก่ย่างก็โดนไหม้ไปด้วย ต่อมาก็เลยซื้อที่ด้านหลังร้านที่โดนไฟไหม้ไปนั้น และสร้างร้านขึ้นมาใหม่ในเนื้อที่ ๆ ใหญ่กว่าเดิมมีที่จอดรถกว้างขวาง และเป็นร้านวิเศษไก่ย่างมาจนถึงปัจจุบันนี้นะครับ


         สำหรับอาหารของที่ร้านนี้ก็อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ในข้างต้นนะครับว่าเป็นสไตล์กุ๊กช็อป คำว่ากุ๊กช็อป ก็หมายความว่า เชฟที่เป็นคนจีนที่มาทำอาหารฝรั่งให้เรารับประทาน มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้กระมัง แต่อาหารทีมีชื่อเสียงของร้านนี้ และทำให้ผู้คนรู้จักร้านนี้มากมาย ก็คือ ไก่ย่าง ซึ่งใช้ไก่บ้านมาทำเป็นไก่ย่าง ที่รสชาติเอร็ดอร่อยจริง ๆ ครับ

         เวลาย่างนั้นเค้าจะย่างทั้งตัวเวลาที่จะเสิร์ฟถึงค่อยมาหั่นเป็นชิ้น ๆ ซึ่งตัวไก่ย่างนั้นเนื้อนุ่มชุ่มชื้น หอมหวานมาก ไม่มีความแห้งผากของเนื้อไก่เลย เวลาเรากัดเข้าไปที่เนื้อไก่นั้น น้ำลายของเรามันจะไหลออกมาแบบไม่รู้ตัวเลยนะครับ เพราะว่าลิ้นของเรานั้นมันรับรู้ได้ถึงความนุ่มและรสชาติที่อร่อยเหลือเกิน

         
 สำหรับอาหารสไตล์กุ๊กช็อปก็มีอย่างเช่น สตูลิ้นวัว ซึ่งทำได้อร่อยมากอีกเช่นกัน ตัวเนื้อลิ้นวัวเองนั้นก็นุ่มลิ้นซะเหลือเกิน และซอสที่เค้าทำนั้นก็ทำโดยการตีซอสด้วยการใช้แป้งทำให้มันค้น ๆ และใส่เม็ดถั่วลันเตาเข้าไปด้วย รสชาติก็มีความเปรี้ยวและหอมของตัวลิ้น และรสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ ออกหวานนิดหน่อยของน้ำซอส คลุกกินกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยดีนะครับ

          แต่ตัวผมเองนั้นชอบกินแบบเปล่า ๆ มากกว่า หรือใครจะไปหาขนมปังปิ้งมาจิ้มน้ำซอสกินก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดนะครับ อาหารสไตล์นี้ก็ยังมี พ็อกช็อป มีสเต็กเนื้อชุบแป้งทอด ที่เอร็ดอร่อยไม่แพ้กันเลยครับ

           สำหรับอาหารจีนที่อร่อยขึ้นชื่อของที่นี่ก็จะมี แพะตุ๋นหม้อดิน ซึ่งทำได้ดีและอร่อยใช้ได้เลยครับ มีผัดจับฉ่ายแบบไหหลำ ซึ่งจะใช้วุ้นเส้นผัดแบบแห้ง ๆ ผัดได้รสชาติเข้มข้นน่ากินมาก

          พอมาถึงยุคนี้แล้วคนรุ่นใหม่เค้าก็ไม่อยากจะกินอะไรที่มันหนัก ๆ เกินไป ที่นี่มีไก่ย่างแล้วใช่ไหมครับ ที่จะขาดไม่ได้เลยที่จะไว้กินกับไก่ย่างก็คือ ส้มตำไงครับ และมีหลากหลายแบบด้วยนะครับ แต่ที่ผมชอบมาก ๆ ก็คือ ส้มตำปลากรอบ เพราะว่ามันจะกรุบ ๆ กรอบ ๆ อร่อยดีครับ และมีกลิ่นหอมหวนชวนกินมาก ๆ เลยนะครับ กินเข้าไปแต่ละคำนั้นจะได้รสชาติที่แซบเข้มข้นของส้มตำและความกรุบกรอบของปลากรอบมันเข้ากันได้เป็นอย่างดีจริง ๆ เลยนะครับ กินตัดเลี่ยนเวลาเรากินไก่ย่างได้เป็นอย่างดี

           หลังจากนั้นผมก็ได้ลองชิมอาหารแบบไทย ๆ ที่มีมานานแล้ว โดยการนำเนื้อสันในมาทำเป็นคล้าย ๆ ลาบนะครับ ที่เค้าเรียกว่า เห่าดง ที่เอร็ดอร่อยมาก ๆ เวลาทำนั้นจะหั่นเนื้อบาง ๆ แล้วนำไปรวนให้มันสุก หลังจากนั้นก็นำมาคลุกเคล้าเครื่องเทศต่าง ๆ ต้องลองชิมให้ได้นะครับเมนูนี้ผมแนะนำจริง ๆ

          นอกจากนั้นยังมี หมี่กรอบ ที่ยังคงทำได้แบบเหมือนกับที่ผมเคยได้กินเมื่อตอนเด็ก ๆ เลยครับ ไม่เหมือนกับหมี่กรอบสมัยนี้ที่ทำอย่างกับเป็นของหวานเลยครับ คือว่า มันกรอบฟูเสียจนเต็มจานไปหมดและหวานจนเลี่ยน แต่ว่าหมี่กรอบของที่ร้านนี้จะทำแบบสมัยโบราณคือ จะทอดเส้นไว้เสียก่อน แล้วจึงค่อยนำมาผัดอีกทีเวลาเราสั่ง แล้วคลุกกับน้ำหมี่กรอบนั่นแหละ มันก็จะยังกรอบอยู่ได้อีกซักชั่วโมงเดียวเท่านั้นแหละครับ และรสชาติมันจะอร่อยกว่าที่ทอดแล้วกรอบได้เป็นวัน ๆ เยอะเลยนะครับ  

             มีอาหารอยู่อย่างหนึ่งที่คุณพ่อของผมท่านจะมารับประทานเป็นประจำ คือ ปลาดุกทอดกรอบผัดเผ็ด ผมก็เลยลองมาชิมอาหารจานโปรดของคุณชายถนัดศรีดูนะครับโดยเวลาทำนั้นเค้าจะหั่นปลาดุกเป็นชิ้น ๆ แล้วนำไปทอดให้กรอบจนกระทั่งกระดูกของปลานั้นกรอบไปด้วยเลยนะครับ เสร็จแล้วก็นำไปผัดกับพริกแกง ซึ่งทำออกมาแล้วอร่อยจริง ๆ ครับ ผมเพิ่งมาเข้าใจเองว่าทำไมคุณพ่อของผมท่านถึงได้ชอบเมนูนี้มากนัก เพราะว่าที่สำคัญคือเราไม่ต้องไปนั่งแกะก้างให้เมื่อย นะครับ และยิ่งถ้าอายุมาก ๆ อย่างผมด้วยแล้ว หูตามันก็ไม่ค่อยจะดีแล้วนะครับ

      ความจริงผมนั้นเป็นคนที่ชอบกินปลาดุกผัดเผ็ดมานานแล้ว แต่เมื่อสมัยก่อนจะชอบกินแบบที่มันเป็นปลาดุกสด ๆ มากกว่า แต่เราต้องคอยมาระวังก้างมันจะไปติดคอ ไม่เหมือนกับที่เค้าทอดกรอบมาแล้ว กินได้หมดทั้งกระดูกเลยนะครับไม่ต้องมานั่งกลัวว่าก้างมันจะมาติดคอเรา

        ถ้าใครไปแถวบางโพก็อย่าลืมแวะไปที่ร้านนี้กันดูนะครับ ร้านนี้อยู่มานานแล้วหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักดี สรุปแล้วอาหารของร้านนี้วิเศษสมกับชื่อร้านจริง ๆ ครับ

ที่มา : http://www.mcdang.com/DailyNews/dw334.asp


©2007 Food Village Co.,Ltd. All rights reserved. Email : info@foodvillage.co.th. Sited by EiEi