“ ไก่บ้านตะนาวศรี ” 
          เกิดจากความช่างคิดของ คุณลิขิต สูจิฆระ ซึ่งผันตัวเองจากการเป็นอาจารย์ทางด้านเกษตร มาใช้ชีวิตแบบเกษตรกรเต็มขั้น  ความช่างคิดที่ว่าก็คือ  “ ทำอย่างไรให้ไก่พื้นบ้านมีคุณภาพเนื้อที่ดี อร่อย เหมาะกับการบริโภค “ และยังต้องสามารถเลี้ยงในเชิงการค้าได้  ( ต้องเข้าใจว่าเมื่อ 20 ปีก่อน  ไก่พื้นบ้านเลี้ยงกันตามใต้ถุนบ้านโตช้า ต้องใช้เวลาเลี้ยงอย่างต่ำ 6-7 เดือน จึงสามารถนำมาบริโภค
กันในครัวเรือนเนื้ออร่อยแต่เหนียวซึ่งไม่เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคใน ปัจจุบัน )
          ความช่างคิด ประกอบกับความช่างสังเกตเป็นจุดเริ่มต้น  (พ.ศ.2522)  ให้คุณลิขิตเริ่มศึกษา
อย่างจริงจังในการพัฒนา  และปรับปรุงสายพันธุ์ไก่พื้นบ้านไทย  เพื่อให้ได้คุณภาพเนื้อที่เหมาะ  กับ
ความต้องการของผู้บริโภคนั่นก็คือ เนื้อไก่บ้านพันธุ์ใหม่ ต้องอร่อยไม่เหนียว แต่ต้องไม่ยุ่ยเละไม่คาว
ไม่มีกลิ่นสาป  ตัวไก่ต้องมีโครงร่างดี เพื่อให้ได้ปริมาณเนื้อมาก ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นานจนเกินไป
และยังต้องคงรูปร่างหน้าตาของไก่ให้เหมือนไก่พื้นบ้านไทย  และความต้องการ ของผู้บริโภคนี่เอง
ทำให้คุณลิขิต ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างสูงถึง 10 ปี ในการพัฒนา และปรับปรุงสายพันธุ์
ไก่พื้นบ้าน  จนได้ไก่บ้านสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งนักวิชาการทางการเกษตร เรียกไก่พันธุ์นี้ว่า   “ ไก่บ้าน
สายพันธุ์ L “
  ( L มาจากชื่อของคุณลิขิต – Likit )
“ ไก่บ้านสายพันธุ์ L ” 

          หรือชื่อทางการค้าว่า “ไก่บ้านตะนาวศรี “   เกิดจากการปรับปรุงสายพันธุ์   โดยการผสม
ระหว่างสายพันธุ์ไก่พื้นบ้าน   เพื่อดึงเอาลักษณะเด่นของไก่กว่า  20  สายพันธุ์   รวมไว้ด้วยกันทำให้
ได้ไก่บ้านที่มีความแข็งแรงโครงร่างสวยงาม เนื้อมาก ใช้เวลาการเลี้ยงน้อยลง คือประมาณ 90 วัน มีเนื้ออร่อยเหมาะกับการบริโภคจากผลการวิจัยของ สกว. ดังตารางด้านล่างแสดงให้เห็นว่า ปริมาณ
ไขมันและคอเลสเตอรอลมีน้อยกว่า และมีปริมาณโปรตีนสูงกว่า เมื่อเทียบกับไก่เนื้อ ทั่วไป

 
ตุณค่าทางอาหาร (%) ไก่บ้านตะนาวศรี ไก่เนื้อ
- โปรตีน 22.53 18.60
- ไขมัน 2.88 6.70
- ความชื้น 75.17 73.60
     
ปริมาณคอเลสเตอรอล มก./100ก. 68.22 77.50
     
 
  * ข้อมูลการวิจัยจากชุดโครงการพัฒนาไก่พื้นเมือง
   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
 
          ในช่วงของการปรับปรุงสายพันธุ์ไก่บ้านตะนาวศรี  คุณลิขิต  สังเกตพบว่าไก่โดยทั่วไปมักจะ
เกิดโรคประจำ 2 ชนิด คือ  โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (ท้องร่วง บิด อหิวาตกโรค)    และโรคเกี่ยว
กับทางเดินหายใจ (หวัด)  จนเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมากในการ รักษาโรค ในไก่
ยาเหล่านี้ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ  ซึ่งมีราคาแพงทำให้คุณลิขิตเริ่มหันไป  สนใจศึกษาสมุน
ไพรไทยโดยหวังว่าสมุนไพรของไทยที่มีอยู่เดิมจะช่วยรักษาโรคต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น และสามารถ
ใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะได้
ปี พ.ศ.2529
          คุณลิขิต  เริ่มศึกษาสมุนไพรไทยแต่ละชนิด  จนมั่นใจว่าการผสม ระหว่างสมุนไพร  3  ชนิด
ในอัตราส่วนที่เหมาะสมจะช่วยป้องกัน  และรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร   และทางเดินหายใจ
ในไก่ได้ สมุนไพรทั้ง 3 ชนิดก็คือ  ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน และไพ  (สำเร็จ และเริ่มเผยแพร ่ใน
หมู่เกษตรกร ในปี พ.ศ.2532)
 

         ฟาร์มไก่บ้านตะนาวศรีของคุณลิขิต   เริ่มใช้สมุนไพรอย่างจริงจัง   และค่อยๆลดการใช้ยาปฏิ
ชีวนะ จนในที่สุดไม่ต้องพึ่งยาเหล่านั้นอีกเลยโดยหลักการสำคัญมีว่า “ป้องกันก่อนการเกิดโรค“   คือ
การผสมสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดในอัตราที่เหมาะสม ลงในอาหารไก่ เพื่อให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรค  แต่การใช้สมุนไพรนี้คุณลิขิตต้องเอาใจใส่กับไก่มากกว่าปกติ เนื่องจาก
ต้องคอยสังเกตว่า  ไก่เริ่มมีอาการป่วย หรือไม่ถ้าเริ่มมีอาการ  จะต้องเพิ่มปริมาณสมุนไพรในอาหาร
หรือละลายน้ำให้ไก่กินเพื่อเป็นการรักษาให้ไก่หายป่วยจากอาการดังกล่าว (ป้องกัน  และ รักษาอาการ
ป่วย โดยการใช้สมุนไพร)  และจากการใช้สมุนไพรนี่เองจึงทำให้สื่อมวลชนบางแห่ง  ก็เรียก ไก่บ้าน
ตะนาวศรี ว่า “ ไก่สมุนไพร ”